ท่าง่ายๆในการออกกำลังกายภายในบ้าน

ในปัจจุบันนี้การออกกำลังกายดูแลรูปร่างกำลังได้รับนิยมมาก สำหรับบางคนก็ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือไปเข้ากลุ่มกิจกรรมออกกำลังกายต่างๆ แต่สำหรับบางคนนั้นไม่มีเวลาเดินทาง บ้านอยู่ไกลจากฟิตเนส ต้องเสียเงินค่าสมาชิกรายปี ทำให้เกิดความท้อแท้ล้มเลิกการออกกำลังกายไปในที่สุด แต่วันนี้เราจะมาแนะนำท่าง่ายๆในการออกกำลังกายภายในบ้าน มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

ท่าง่ายๆในการออกกำลังกายภายในบ้าน

 

ท่าลุกนั่ง

แยกเท้าทั้ง 2 ข้างออกเพียงเล็กน้อย ยื่นแขนออกมาด้านหน้าให้ขนานกับลำตัว ค่อยๆย่อตัวลงไป และยืดกลับมาท่าเดิม ทำอย่างต่ำ 10 – 15 ครั้ง โดยท่านี้เป็นท่าที่ทำได้ง่าย สามารถทำได้ในขณะที่กำลังดูทีวี หรือแม้แต่อยู่ในห้องน้ำแต่ระวังลื่นด้วยนะคะ ทั้งนี้เป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อบริเวณล่าง แถมยังลดต้นขาได้ดีมากด้วย

ท่าดันกำแพง

เป็นท่าสำหรับบริหารกล้ามเนื้อช่วงบน ให้คุณหาฝาผนังบ้านซึ่งมีพื้นที่ว่างโล่ง ให้คุณยืนห่างออกจากกำแพงพอประมาณพยายามทำลำตัวให้ตรง ใช้มือทั้ง 2 ข้างดันกำแพงไว้ และผลักลำตัวเข้าหากำแพง ต่อมาดันลำตัวให้ออกจากกำแพงจนสุดแขน ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง เช่นเดียวกับการนอนวิดพื้น หากแต่เปลี่ยนจากการนอนเป็นการยืนดันกำแพง ช่วยให้ช่วงแขนแข็งแรง รวมทั้งหน้าอกกระชับขึ้น

ท่าบริหารหน้าท้อง

ท่านี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับแขน มือ รวมทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปพร้อมๆกันทีเดียวเลย  เป็นท่าออกกำลังกายสุดฮิต ทั้งบรรดาสาวๆและหนุ่มๆ อันดับแรกให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น เท้าชิดกัน และตั้งนิ้วเท้าขึ้น ตามด้วยงอข้อศอก มือทั้ง 2 ข้างวางราบไปกับพื้น หายใจเข้าลึกๆช้าๆ พร้อมกับค่อยๆดันมือทั้ง 2 ข้างยกตัวขึ้น คุณต้องใช้มือและเท้ารับน้ำหนักตัวของตัวเองเป็นเวลาอย่างต่ำ 30 วินาที – 1 นาที แล้วค่อยผ่อนคลายท่าลงมาในสภาพเดิม

ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ

สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิตที่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆ จะทำให้เกิดความปวดเมื่อยได้ง่าย ควรหมั่นยืดเหยียดร่างกายบ่อยๆ เช่นบริเวณลำคอ ให้นั่งตัวตรง ตะแคงศีรษะไปด้านข้างช้าๆ โดยใช้มือช่วยกดศีรษะแบบเบาๆ จนคุณรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อบ่า  ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วผ่อนคลาย ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง อย่าลืมสลับข้าง จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกมากขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายแต่ละครั้งจะต้องทำให้ได้อย่างน้อย 10-15 นาที แล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับบางคนจะเน้นการเล่นกีฬาแทนการออกกำลังกายก็ได้ ใช้เวลากับมันอย่างน้อยวันละ 30 นาที –  1 ชั่วโมง